ลักษณะเด่นประจำพันธุ์เพศผู้
• รูปร่างลักษณะ ไก่เหลืองหางขาวมีรูปร่างสูงระหง คอยาวสง่างาม และปราดเปรียว ไหล่กว้าง คางรัด อกเป็นมัด กล้ามเนื้อรูปใบโพธิ์ ลำตัวยาวจับ 2 ท่อนบานหัวบานท้าย ไหล่หนาใหญ่ บั้นท้ายโต กระดูกใหญ่ ปั้นขาใหญ่ยาวแข็งแรง แข้งกลมกลึงประดุจลำหวาย หางยาวดกเป็นฟ่อนดูสวยงามยิ่งนัก
• ตะเกียบ แข็งชิด หนาแข็งแรง ปลายโค้งเข้าหากัน
• ใบหน้า แหลมเกลี้ยงเกลาและกลมกลึงแบบหน้าเหยี่ยวหรือหน้านกยูง
• หาง หางพัดยาว สีดำ และเรียงเป็นระเบียบจากล่างขึ้นบน ข้างละประมาณ 7 เส้น เส้นหางพัดข้างละ 2 เส้นเป็นหางยาวเรียกว่า “หางรับ” หางกระรวยดกก้านหางแข็งยาวพุ่งตรงเป็นฟ่อน ปลายหางโค้งลงเล็กน้อยจรดพื้น หางกระรวยคู่กลางซึ่งเป็นหางเอกจะขาวปลอด หางกระรวยรองจะมีสีขาวปลายดำพุ่งตรงคู่กับกระรวยเอกเป็นฟ่อน กระเบนใหญ่ ขั้วหางชิด
• ปาก ใหญ่ ปลายปากงองุ้มพองามแบบปากนกแก้ว มีร่องปากลึกทั้ง 2 ข้าง เรียกว่า ร่อน้ำหรือรางน้ำ สีปากขาวอมเหลืองไม่มีสีอื่นปะปน สีปากรับกับสีแข้ง เล็บและเดือย ปากล่าง กรามแข็งแรงรับกับปากบนพอดี
• แข้งขา ปั้นขาใหญ่ ล่ำสัน ยาวแบบไม้กระบอง แข้งเล็กเรียวกลมแบบลำหวาย
• จมูก เด่นชัด รูจมูกกว้าง สันจมูกเรียบสีเดียวกับปาก
• เกล็ด เกล็ดนิ้ว เกล็ดแข้งสีขาวอมเหลืองสีเดียวกับปาก เกล็ดแข้ง เกล็ดนิ้วเรียบเป็นระเบียบ
• ตา ขอบตาเป็นรูปวงรีแบบตาวัว ดวงตาสีเหลืองอ่อน มองเห็นเส้นเลือดแดงในตาชัดเจน ลูกตากลมมีประกายแจ่มใส ขอบคิ้วนูนเป็นเส้นขนานโค้งตามเบ้าตา ดูสวยงามมาก
• นิ้ว ยาวกลมปลายเรียวแบบลำเทียน มีท้องปลิง มีปุ่มตรงข้อนิ้วทำให้ยืนได้ดี
• หงอน เล็กเป็นหงอนหิน หน้าหงอนบาง กลางหงอนสูง ท้ายหงอนปิดกดรัดกระหม่อม ผิวหงอนบางเป็นกำมะหยี่ หงอนสีแดงสดใสไม่ล้ม ไม่พับ
• เดือย เดือยตรง แกนใหญ่ ปลายโค้งงอนปัดไปตามก้อย เดือยสีขาวอมเหลือง รับกับสีแข้งและปาก ไก่เหลืองหางขาวเป็นไก่เดือยงาช้างปลายงอนแบบไปตามก้อยเป็นเดือยแทงปวดเจ็บลึก
• หู ตุ้มหู รูหูกลม มีขนปิดรูสีเดียวกับสร้อย ตุ้มหูรัดตึงไม่หย่อนยาน สีแดง สดในไม่มีสีขาวปน
• ขน ขนพื้นตัวสั้นแน่น บริเวณหน้าคอถึงหน้าอกจะมองเห็นหนังสีแดง ขนบริเวณใต้ปีก ใต้อกแน่น ขนช่วงท้องเป็นปุย ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลังและระย้าเป็นขนละเอียด ปลายแหลมเส้นเล็ก ก้านแข็ง เป็นแผงสีเหลืองสดใสดังกับสีทองคำ ขนสร้อยคอยาวประบ่าเรียก “สร้อยต่อ หรือ ประบ่า” ขนระย้ายาวประก้นขนสีเหลืองจะมี 3 เฉดสี คือ เหลืองแก่ เรียกเหลืองใหญ่ เหลืองกลางเรียกเหลืองรวกเหลืองอ่อนเรียกเหลืองดอกโสน ขนหางพัดมีสีดำ ขนกระรวยสีขาว
• เหนียง เหนียงรัดกลมกลึงกับคาง ไม่หย่อนนาน สีแดงสดใสเหมืองสีหงอน กระปุกหางมีขนาดใหญ่
• กระโหลก กะโหลกหัวอวบกลมกลึงยาว 2 ตอน ส่วนหน้าเล็กกว่าส่วนท้าย มีรอยไขหัวชัดเจนตามธรรมชาต
• กระปุกน้ำมัน เ ป็นกระปุกเดียว
• คอ คอใหญ่ยาวมั่นคงโค้งไปข้างเล็กน้อย กระดูกปล้องคอถี่ ชิด แน่นร่องคอกับไหล่ชิดกัน ขนคอขึ้นเป็นระเบียบ สร้อยคอยาวประบ่าต่อกับขนสร้อยหลังเล่นสร้อยอยู่ตลอดเวลา
• กิริยาท่าทาง ไก่เหลืองหางขาวเป็นไก่สกุลสูง เรียกว่า พญาไก่ เวลาจะยืน เดิน วิ่ง ชน หรือ กระพือปีกและขัน จะแสดงอาการไม่เหมือนไก่พันธุ์อื่นๆ เช่น ยืนข้อขาตรง ตัวตรงปีก ปลายหางจรดพื้น ยืนเต็มเท้า สะพัดคอเล่นสร้อยท่าทางทะมัดทะแมงระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เวลาเดินจะย่างเท้าขึ้น แล้วกำนิ้วทั้งหมด เวลาเหยียบเท้าลงจะแบนิ้วทั้งหมด เดินอย่างทหาร เวลาวิ่งจะวิ่งด้วยปลายเท้า เวลาชนจะเขย่งยืนด้วยนิ้ว อุ้งไม่ติดพื้น ย่อขาโผตัวไปข้างหน้าเสมอ ชอบกระพือปีก และตีปีกแรง เสียงดัง ขันกระชากกระชั้น เสียงดังก้องกังวานกว่าไก่พันธุ์อื่นๆ ซึ่งทำให้ไก่อื่นๆ เกรงกลัว เวลาต่อสู้จะแสดงอาการสู้แบบไม่สะทกสะท้านหรือหวาดกลัว เป็นไก่เลี้ยงง่ายเชื่องแสนรู้ต่อเจ้าของ เป็นไก่มงคลตามตำราโบราณเรียก “ไก่พระเจ้าห้าพระองค์” ไก่เหลืองหางขาวพระเจ้าห้าพระองค์ หรือไก่เจ้าเลี้ยง ไก่พระนเรศวร ถือเป็นสุดยอดของไก่เหลืองหางขาว
• ปีก ปีกยาวใหญ่ถึงก้น ปีกเป็นลอนเดียวไม่ห่าง ขนปีกเรียงเป็นระเบียบ ปีกท่อนในสีดำ ปีกท่อนนอกแซมขาวขนสร้อยปีกสีเหลืองเหมือนสร้อยหลังและสร้อยคอ เมื่อหุบปีกจะมองเห็นสีขาวแลบมาเล็กน้อย เมื่อกางปีกจะมีสีขาวช่วงไชปีกนอก
ข้อมูลจาก: rakbankerd.com
15 กรกฎาคม 2552
ประวัติความเป็นมา ไก่เหลืองหางขาว
ประวัติความเป็นมา ไก่เหลืองหางขาว
คือ ไก่พื้นเมืองของไทยสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจากไก่บ้านพันธุ์กะตังอู หรือไก่อู มีมาพร้อมคนไทยโบราณ พบคนนำไก่มาชนกันในสมัยสุโขทัย เมื่อชาวบ้านว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ใครใคร่ทำอะไรก็ได้ ก็นำไก่มาเล่นชนไก่ จากชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา แพร่กระจายกันสู่หมู่ขุนนาง เจ้าขุน เจ้านาย และต่อมาได้พัฒนาเป็นกีฬาพระราชา เช่น ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าเสือ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นต้น ไก่เหลืองหางขาวที่นิยมเป็นพันธุ์แท้ดั้งเดิม ต้องเป็นไก่บ้านกร่าง บ้านหัวเทจังหวัดพิษณุโลกเพราะไก่พิษณุโลกเป็นไก่ในประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสมัยทรงพำนักอยู่ในประเทศพม่าได้ทรงนำไก่เหลืองหางขาวจากพิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองพระราชบิดาของพระองค์ไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา

ไก่เหลืองหางขาว เป็นไก่ฉลาดปราดเปรียว อึด ทน เป็นไก่เชิงแปดกระบวนท่า ไก่เหลืองหางขาวจึงชนะไก่พม่ามาตลอด ครั้งหนึ่งไก่ไทยชนกับไก่พม่าหน้าพระที่นั่ง ไก่เหลืองหางขาวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตีไก่เหลืองโยดอกหมากหางดำของพระมหาอุปราชาคอหักล้มลงและแพ้ ทำให้พระมหาอุปราชทรงอับอาย กล่าวแก้ว่า ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ทรงกล่าวตอบโต้ด้วยความภาคภูมิว่า "ไก่เชลยตัวนี้อย่าว่าแต่จะตีอย่างกีฬาในวังเหมือนวันนี้เลย ตีพนันเอาบ้านเมืองกันก็ยังได้" จากพระราชดำรัสที่ทรงกล่าวโดยไม่สะทกสะท้านและมั่นพระทัยในไก่เหลืองหางขาวของพระองค์ ทำให้พระมหาอุปราชาทรงเกรงกลัว หาหนทางกลั่นแกล้งและกำจัด เป็นผลทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าได้ ไก่เหลืองหางขาวจึงมีชื่อเสียงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ไก่เจ้าเลี้ยง” และ “ไก่พระนเรศวร” ซึ่งปัจจุบันชาวพิษณุโลกมีความภาคภูมิใจ และหวงแหนในสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์นี้มาก จึงมีการอนุรักษ์และพัฒนาไก่สายพันธุ์นี้มาโดยตลอด ในประเทศที่มีกีฬาชนไก่จะรู้จักไก่ไทยเหลืองหางขาวเป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก: rakbankerd.com
ป้ายกำกับ ::
คัมภีร์ ไก่
ไก่เหลืองหางขาว
ลักษณะไก่เหลืองหางขาว

มีถิ่นกำหนดเดิมอยู่ที่บ้านหัวเท ตำบลบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก ไก่เหลืองหางขาวเป็นไก่ที่ฉลาดปราดเปรียว อดทน ลักษณะเด่นคือ ตัวผู้จะมีสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง ขนปิดหูเหมือนกันตลอด มีจุดขาว 5 แห่ง คือ ที่ท้ายทอย หัวปีกทั้งสองข้าง ที่ข้อขาทั้งสองข้าง บางตำราเรียกว่า “พระเจ้า 5 พระองค์” เพศผู้มีสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง เป็นสีเหลืองเหมือนกันตลอด ขนสีตัวเป็นสีดำ ส่วนปาก แข้ง เล็บ เดือย มีสีขาวอมเหลืองคล้ายสีงาช้าง ลูกตาสีเหลืองอ่อน "เรียกว่าตาปลาหมอตาย" ส่วนเพศเมียมีขนพื้นตัวเป็นสีดำตลอดมีกระขาว 2 หย่อมเหมือนกัน
ป้ายกำกับ ::
คัมภีร์ ไก่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
